บันทึกแมตช์ลูกหนังพิสดาร

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

เพราะเกมฟุตบอลทุกเกมไม่ได้เริ่มต้นและจบลงด้วยผู้เล่น 22 คน และการแพ้-ชนะ-เสมอ ด้วยตัวเลขพื้นๆ แต่เพียงอย่างเดียว กีฬายอดนิยมอันดับ 1 ของโลกนี้จึงมีรสชาติและมนต์ขลังให้แฟนๆ ได้ลิ้มรสและติดตามไม่เคยขาด

วันนี้เราจึงรวบรวมเหตุการณ์ไม่ธรรมดาในวงการลูกหนังโลกซึ่งเป็นหลากหลายสีสันในหน้าประวัติศาสตร์อันเข้มข้นยาวนานของกีฬาชนิดนี้มาฝากกัน

ด้วยเนื้อที่อันจำกัดทำให้ไม่อาจนำเสนอความพิสดารนี้ได้ครบถ้วนสมบูรณ์ แต่หากมีโอกาสอีกเมื่อไร จะได้นำเสนออีกหลากหลายแมตช์พิลึกพิลั่นกันอีกอย่างแน่นอน

– ในเกมกระชับมิตรระหว่างโปรตุเกสกับแองโกลา ที่กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2001 กรรมการได้สั่งยุติการแข่งขันลงในนาทีที่ 68 เพราะ….?

ตามกฎของฟีฟ่า หากทีมใดมีผู้เล่นเหลืออยู่ในสนามน้อยกว่า 7 คนเมื่อไร ต้องยุติการแข่งขันทันที และในวันนั้น แองโกลาก็เหลือผู้เล่นเพียงแค่ 6 คนเท่านั้น! เนื่องจากมีนักเตะโดนไล่ออกถึง 4 คน ขณะที่อีกคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บจนเล่นไม่ไหว และไม่มีตัวสำรองจะเปลี่ยนลงมาเล่นแล้ว เกมจึงจบลงกลางคันขณะที่โปรตุเกสนำอยู่ 5-1

– เกมบอลถ้วยเล็กๆ อย่างซีนิธ ดาต้า ซิสเต็ม คัพ ระหว่างทีมทรานเมียร์ โรเวอร์ส กับนิวคาสเซิล เมื่อปี 1991 แข่งขันกันท่ามกลางกระแสลมแรงจัด เกมดำเนินไปอย่างเข้มข้นจนถึงขั้นต่อเวลา และหลังการขับเคี่ยวอันยาวนานร่วม 2 ชั่วโมง เกมก็จบลงด้วยผลที่น่าตื่นตาตื่นใจคือ…?

สองฝ่ายเสมอกันในครึ่งแรก 2-2 ก่อนจะมาเสมอกันต่อ 3-3 ในเวลา 90 นาที ช่วงต่อเวลา ทรานเมียร์ขึ้นนำถึง 5-3 แต่นิวคาสเซิลก็ฮึดตีเสมอเป็น 5-5 ได้สำเร็จ ต่างฝ่ายต่างมายิงประตูเพิ่มอีกข้างละลูกในช่วงท้ายเกม จนหมด 120 นาที สองทีมเสมอกันไปอย่างสนุกสนาน 6-6 และทรานเมียร์ยิงลูกโทษชนะ 3-2 ในที่สุด เกมนี้ได้รับการบันทึกว่าเป็นเกมซึ่งลงเอยด้วยผลเสมอที่มีจำนวนประตูสูงสุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษเลยทีเดียว

– หลังจากฮอร์สต์ ฮรูเบช ยิงประตูให้เยอรมนีตะวันตกขึ้นนำออสเตรีย 1-0 ในนาทีที่ 10 ของเกมฟุตบอลโลก รอบแรก กลุ่มบี เมื่อปี 1982 แล้ว เกิดอะไรขึ้นกับการแข่งขัน 80 นาที ที่เหลืออยู่จนฟีฟ่าต้องกลับมาทบทวนกฎการแข่งขันใหม่ในภายหลัง?

เนื่องจากทีมอินทรีเหล็กไปพลาดท่าพ่ายทีมต่ำชั้นอย่างแอลจีเรียในนัดเปิดสนาม หากต้องการจะผ่านเข้ารอบ เยอรมนีตะวันตกจะต้องเอาชนะออสเตรียให้ได้ แต่เพราะแอลจีเรียเตะนัดสุดท้ายของรอบแรกไปก่อนหน้านั้น 1 วัน ทำให้ทีมบ้านพี่เมืองน้อง 2 ประเทศนี้รู้ว่าหากเกมลงเอยที่อินทรีเหล็กชนะออสเตรียด้วยผลต่างประตูน้อยๆ ทั้ง 2 ทีมจะกอดคอกันเข้ารอบทันที เมื่อเยอรมนีตะวันตกขึ้นนำแล้ว นักเตะทั้ง 22 คนในสนามจึงไม่คิดที่จะทำประตูเพิ่มอีกต่อไป (สถิติการยิงประตูตรงกรอบตลอด 80 นาทีเป็นศูนย์!) จนฟีฟ่าต้องปรับกฎฟุตบอลโลกให้เตะนัดสุดท้ายของแต่ละกลุ่มพร้อมกันเพื่อป้องกันการฮั้วกันดังกล่าวในที่สุด

– เกิดอะไรขึ้นในเดือนสิงหาคม ปี 1999 ที่ทำให้เกมลีกคัพระหว่างทอร์คีย์ ยูไนเต็ด กับปอร์ทสมัธ มีอันต้องเลื่อนแข่งไปเกือบ 1 สัปดาห์?

วันที่ 11 สิงหาคมปีนั้น ถือเป็นวันที่เห็นสุรยคราสได้ชัดเจนที่สุดในอังกฤษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแถบเดวอนและคอร์นวอลล์ซึ่งเป็นสถานที่แข่งขันเกมดังกล่าว นักท่องเที่ยวและชาวเมืองนับพันจึงแห่กันไปยังสถานที่เหล่านั้นเพื่อจับจองที่เหมาะๆ ในการชมปรากฏการณ์ธรรมชาติครั้งนี้ เป็นเหตุให้ท้องถนนแน่นไปด้วยรถยนต์ โรงแรมและที่พักต่างๆ มีคนจองแน่นเอี้ยด เรียกว่าทั้งเมืองแออัดจนแทบกระดิกไปไหนไม่ได้ สุดท้ายฝ่ายจัดการแข่งขันจึงต้องยอมเลื่อนเกมนัดดังกล่าวออกไปถึง 6 วัน ให้แน่ใจก่อนว่านักท่องเที่ยวจะซาแล้ว …แต่เหมือนประชดกันอย่างไรไม่ทราบได้ เพราะหลังการรอคอยอันยาวนาน เกมนั้นกลับจบลงด้วยผลเสมอ 0-0 ซะนี่!

– ย้อนหลังไปในเดือนตุลาคม ปี 2002 วงการลูกหนังโลกต้องฮือฮากับผลฟุตบอลลีกมาดากัสการ์ที่ทีมแชมป์ อดาม่า ถล่ม สต๊าด โอลิมปิก เดอ เลมีแรน ไปถึง 149-0 เบื้องลึกเบื้องหลังของการทำประตูยิ่งกว่าคะแนนบาสเกตบอลครั้งนี้คืออะไร?

จริงๆ แล้ว ทั้ง 149 ประตูนั้นไม่ได้มาจากฝีเท้าของนักเตะอดาม่าเลยแม้แต่ประตูเดียว แต่เป็นผู้เล่นสต๊าดที่ช่วยกันยิงประตูตัวเองไม่รู้จักหยุดหย่อน เพื่อเป็นการประท้วงกรรมการที่ตัดสินไม่เป็นธรรม

– หากยังจำกันได้ ในเกมพรีเมียร์ชิพที่แอสตัน วิลล่า เอาชนะนิวคาสเซิล 3-0 ที่สนามเซนต์เจมส์พาร์ก เมื่อเดือนเมษายน ปี 2005 นั้น เกิดเหตุไม่ธรรมดาขึ้นมาระหว่างเกมนัดนั้น นั่นคือ…?

**ลี โบว์เยอร์** และ **คีรอน ไดเออร์** ผู้เล่นนิวคาสเซิล 2 คน โดนไล่ออกจากสนาม ด้วยสาเหตุ “ตีกันเอง” ซึ่งแม้แต่นักเตะวิลล่ายังต้องเข้าไปช่วยห้ามทัพด้วยเลย

– เกมฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนยุโรป เมื่อปี 1996 ระหว่างเอสโตเนีย กับสกอตแลนด์ ถูกยกเลิกเพียง 3 วินาทีแรกของเกมเพราะ…?

เรื่องของเรื่องคือจริงๆ แล้วเกมนั้นกำหนดคิกออฟกันในช่วงค่ำ (เวลา 18.45 น.) แต่เนื่องจากฟีฟ่าพิจารณาแล้วเห็นว่าแสงไฟในสนามฟุตบอลที่กรุงทัลลินน์ ของเอสโตเนีย อาจสว่างไม่พอจะรองรับการแข่งขันอย่างตลอดรอดฝั่ง จึงตัดสินใจเลื่อนกำหนดการแข่งขันมาเตะในช่วงบ่าย (เวลา 15.00 น.) แทน ทำเอาเจ้าถิ่นถึงกับโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงเพราะเวลานั้นแฟนบอลของพวกเขายังทำงานกันอยู่เลย นักเตะเอสโตเนียเลยประชดด้วยการไม่ยอมปรากฏตัวตามเวลาเตะใหม่ แต่ไปถึงสนามตามกำหนดการเดิมแทน และมีเพียงสกอตแลนด์เท่านั้นที่ลงไปคิกออฟแบบไม่มีคู่ต่อสู้ ตามกฎของฟีฟ่า เอสโตเนียจะต้องถูกปรับแพ้ 0-3 จาเกมนั้น แต่สุดท้ายฟีฟ่าก็ยอมให้มีการแข่งนัดดังกล่าวใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1997 และเกมจบลงด้วยการเสมอกัน 0-0 แทน

2 Comments

  1. อ้าว…. แล้วเมื่อครั้งที่ไทย กับ อินโด ที่แย่งกันแพ้ล่ะ ยังไม่พิสดาร (อัปยศ) พอเหรอ?? นึกว่าจะมี :>

  2. ผมก็ว่า match นั้นน่าจะถูกรวมด้วยเหมือนกันครับ😀
    ถ้าจำไม่ผิดกองหน้าไทยต้องมาป้องกันประตูอินโดเลยมั้ง เพราะอินโดจะยิงทีมตัวเอง ฮา…


Comments RSS TrackBack Identifier URI

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s